อาจารย์ต้น จนมุม จบตำนานหลอกลวงที่เปลี่ยนชีวิตผู้คน ให้รวยเป็นซวย!!

อาจารย์ต้น

ในยุคที่การเข้าถึงข้อมูลเป็นเรื่องง่าย ผู้คนมักมองหาทางออกในการแก้ไขปัญหาชีวิต โดยเฉพาะปัญหาทางจิตใจและจิตวิญญาณ การมีคนที่อ้างตนเป็นผู้วิเศษหรืออาจารย์ที่สามารถช่วยแก้ไขกรรมจึงเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจ แต่ความเป็นจริงของ “อาจารย์ต้น” ที่มีชื่อเสียงในทางลบ กลับเป็นเรื่องราวที่น่าสลดใจและเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้คนในสังคมอาจารย์ต้น

นายชวิศร์ หรือที่รู้จักกันในนาม “อาจารย์ต้น” ถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน โดยมีผู้เสียหายกว่า 14 รายที่ตกเป็นเหยื่อของกลโกงนี้ มูลค่าความเสียหายรวมแล้วสูงถึง 15 ล้านบาท แต่ข้อมูลบางส่วนยังชี้ให้เห็นว่าผู้เสียหายอาจสูญเงินรวมกันถึง 50 ล้านบาท ซึ่งเรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่เป็นการหลอกลวงทางการเงิน แต่ยังแสดงถึงการใช้ความเชื่อทางศาสนาเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ

การเริ่มต้นของ “อาจารย์ต้น” ตำนานการหลอกลวง

“อาจารย์ต้น” ได้เริ่มต้นอาชีพในฐานะผู้วิเศษหลังจากที่เขาถูกปลดจากสถานะบุคคลล้มละลายในปี 2565 โดยเขาได้สร้างตัวตนใหม่เป็น “องค์พระผู้สร้าง” ซึ่งสามารถสื่อสารและเจรจากับเจ้ากรรมนายเวรได้ เขาใช้วิธีการเชิญชวนผู้คนให้เข้าร่วมกลุ่มปฏิบัติธรรม “มายด์ แอนด์ โซล” โดยอ้างว่าผู้ที่เข้าร่วมจะได้รับการช่วยเหลือจากกรรมหนักที่ติดตามอยู่

การสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือแบบนี้ทำให้เขาสามารถดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้เข้ามาเป็นลูกศิษย์และจ่ายเงินในรูปแบบของ “ค่าครู” หรือ “ค่าลดละกรรม” ผู้เสียหายหลายคนเชื่อว่า การจ่ายเงินเหล่านี้จะช่วยให้พวกเขาพ้นจากกรรมและเข้าสู่นิพพานได้เร็วขึ้น นี่คือเหตุผลที่ทำให้พวกเขายอมจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อซื้อความหวังและการปลดปล่อยจากกรรม

แนวทางการหลอกลวง

กลโกงที่ “อาจารย์ต้น” ใช้นั้นมีความซับซ้อน โดยเขาใช้กิจกรรมที่เรียกว่า “ยกพระ” เพื่อตรวจสอบดวงชะตาและหลอกลวงเหยื่อว่าเจ้ากรรมนายเวรจากอดีตชาติติดตามอยู่ ซึ่งต้องมีการจ่ายเงินเป็นจำนวนมากเพื่อปลดล็อกกรรม ทั้งนี้เงินที่ได้จากผู้เสียหายจะถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวและบริษัทที่ตั้งขึ้นเพื่อปกปิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย

การหลอกลวงนี้ยังมีระบบเครือข่ายที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ลูกศิษย์สามารถชักชวนคนอื่นเข้ามาในกลุ่มได้ และหากทำได้จะได้รับบารมีเพิ่ม นี่คือกลยุทธ์ที่ทำให้ขบวนการนี้สามารถขยายตัวและสร้างรายได้มหาศาลให้กับกลุ่มของเขา

พฤติกรรมที่น่าสงสัย

จากการตรวจสอบประวัติของ “อาจารย์ต้น” พบว่ามีพฤติกรรมแปลกประหลาดมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี 2557 ที่เขาเคยแจ้งความเท็จกับบริษัทประกันชีวิตว่า ภรรยาของเขาเสียชีวิตเพื่อเคลมเงินสินไหมทดแทน จนถูกบริษัทประกันแจ้งความดำเนินคดี นอกจากนี้ ในปี 2562 เขายังถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชีวิตใหม่

หลังจากที่เขาได้ปลดจากสถานะล้มละลายในปี 2565 เขาเริ่มต้นอาชีพใหม่ในฐานะ “อาจารย์ต้น” ในเวลานั้น เขาได้หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบที่มาจากอดีตและพยายามสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับตัวเอง การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้คน แต่ยังทำให้เขาสามารถใช้ชีวิตหรูหราได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

การจับกุมและผลกระทบ

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ทำการจับกุม “อาจารย์ต้น” ที่คอนโดมิเนียมย่านเพชรเกษม โดยการดำเนินการนี้เป็นผลมาจากการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานจากผู้เสียหายที่รวมตัวกันร้องทุกข์ ความจริงที่เปิดเผยออกมาไม่เพียงแต่ทำให้ผู้คนรู้จักตัวตนที่แท้จริงของ “อาจารย์ต้น” แต่ยังเป็นการเตือนภัยให้กับประชาชนเกี่ยวกับการหลอกลวงในรูปแบบนี้

ตำรวจขอเตือนให้ประชาชนระมัดระวังกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างความเชื่อทางศาสนา และแนะนำให้แจ้งเบาะแสหากพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่อ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์หรือพิธีกรรมที่มีการเรียกรับเงินจำนวนมาก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: อาจารย์ต้นคือใคร?
A: อาจารย์ต้น หรือ นายชวิศร์ เป็นผู้ที่อ้างตนว่าเป็นผู้วิเศษ สามารถแก้กรรมให้กับผู้คน แต่กลับเป็นผู้ที่ถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงิน

Q: มีผู้เสียหายกี่รายจากการหลอกลวงของอาจารย์ต้น?
A: เบื้องต้นมีผู้เสียหายกว่า 14 รายที่เข้าแจ้งความ โดยมูลค่าความเสียหายรวมแล้วสูงถึง 15 ล้านบาท

Q: วิธีการหลอกลวงของอาจารย์ต้นเป็นอย่างไร?
A: อาจารย์ต้นใช้วิธีการจัดกิจกรรมตรวจดูดวงชะตา และอ้างว่าผู้เสียหายมีกรรมหนัก ต้องจ่ายเงินในรูปแบบค่าครูเพื่อปลดล็อกกรรม

Q: อาจารย์ต้นถูกจับกุมเมื่อไร?
A: อาจารย์ต้นถูกจับกุมเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่คอนโดมิเนียมย่านเพชรเกษม

Q: ประชาชนควรทำอย่างไรหากพบผู้ที่แอบอ้างความเชื่อทางศาสนา?
A: ประชาชนควรระมัดระวังและแจ้งเบาะแสให้กับตำรวจหากพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัย เพื่อป้องกันการฉ้อโกงในรูปแบบต่างๆ

โดยสรุปแล้ว…

เรื่องราวของ “อาจารย์ต้น” เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้ความเชื่อเพื่อหลอกลวงผู้คน โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนมองหาความหวังในชีวิต การสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือทำให้เขาสามารถหลอกลวงได้อย่างต่อเนื่อง การจับกุมของเขาเป็นการเปิดเผยความจริงที่ทำให้ผู้คนตระหนักถึงภัยอันตรายจากการเชื่อในสิ่งที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้

ในท้ายที่สุด การรู้จักและระมัดระวังในการเลือกเชื่อถือบุคคลใดๆ เป็นสิ่งที่สำคัญ โดยเฉพาะในเรื่องของจิตวิญญาณและความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เราควรใช้ความคิดและวิจารณญาณในการตัดสินใจ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลโกงที่แอบแฝงอยู่ในสังคม